10 << 2017/11 >> 12
123456789101112131415161718192021222324252627282930
個別記事の管理2016-04-08 (Fri)
akame.jpg

[ShotFic]Kazuya Diary...[Akame]
Akanishi Jin x Kamenashi Kazuya

ไม่ได้เปิดมานานเท่าไหร่แล้วนะ ไดอารี่ของผมเล่มนี้ ผมจำมันไม่ได้หรอก อาจจะเป็นตั้งแต่วันนั้นละมั้ง วันที่เขาบอกจะจากผมไป(หัวเราะ) ตอนนั้นผมไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่ผมกลับไม่รู้จะบอกลายังไง ผมจำได้ว่าคืนนั้น เราจูบกัน..ผมร้องไห้ออกมาเบาๆตอนที่เขาหลับ ไออุ่นจากอ้อมกอดของเขา ผมยังจำมันได้ดี เขาลืมตาขึ้นมาแล้วปลอบโยนผม ใช่..เขาเอาแต่พูดซ้ำๆว่า คาซึยะ อย่าร้องสิ..ไม่เอาหน่า และประโยคสุดท้าย เขาบอกกับผมว่า เขาจะกลับมา..

อย่างน้อยตอนนั้นผมก็มั่นใจ ถึงเขาจะไปไกลถึงอเมริกา ผมยังคงเชื่อมั่นว่าเขาจะกลับมาหาผมอย่างแน่นอน และจริงๆ เขากลับมาพร้อมรอยยิ้มที่คุ้นเคย ถึงแม้เขาจะดูเหนื่อยไปมากกว่าเดิมก็ตาม แต่ว่า..ทั้งๆที่เขากลับมา ผมกลับไม่ใช่ คาซึยะของเขาอีกต่อไป ใช่แล้ว เขาเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปมาพอสมควร และหลังจากวันนั้น เราก็ไม่ได้คุยกันอีก ผมเจ็บปวด ผมร้องไห้ การกระทำของเขามันทำให้ผมรู้สึกเจ็บ ตอนนั้นมีแต่สมาชิกในวงที่คอยปลอบผม ทุกคนเข้าใจผมดี การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องดี หลังจากที่ผมไปดูคอนเสิร์ตของเขาที่ญี่ปุ่น วันนั้นผมได้คุยกับเขาหลังเวที ท่าทางสบายๆของเขาทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ เขาดึงผมไปกอด แล้วกระซิบเบาๆ ว่าคิดถึง ตอนนั้นผมใจเต้น เขาพูดว่า ผมยังเป็นคาซึยะของเขาเหมือนเดิม และที่ไม่ได้คุยกันก็แค่เหนื่อยเท่านั้น ใช่ ผมเชื่อเขาอย่างหมดหัวใจ เราจบกันที่เตียง..หลังจากห่างหายจากการกระทำแบบนี้ไปสักพัก มันนานกว่าที่ผมคิด แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธวว่าผมรู้สึกสุขใจ เช้าวันต่อมาเขาบอกผมว่ายังไงเขาก็ต้องกลับไปที่นั่นอีก และยังขอให้ผมรอเขา มือของเราประสานกัน เขายิ้มให้ผม ผมยิ้มตอบ ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนเขาจะขอผมแต่งงานล่ะ(หัวเราะ) ในใจของผมได้แต่คิดว่า ยังไงผมก็พร้อม ที่จะรอเขาตลอดไป ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม

เขากลับมาแล้ว มันมีข้อความส่งมา เขาต้องการเจอผม ผมดีใจจนเนื้อเต้นเลยล่ะ(หัวเราะ) ผมขอยกเลิกงานทั้งหมดในวันนั้น ซึ่งไม่มีงานอะไรมากมาย ผมแต่งตัวให้ดูดีที่สุด ผมอยากให้เขามองผมว่ายังเป็น คาซึยะของเขา ถึงแม้ว่าผมจะอายุมากขึ้นแล้วก็ตาม พอผมไปถึงเขามีสีหน้าเคร่งเครียด และดูโทรมลงไปมาก และเขาดูไม่เหมือนคนเดิมที่ผมรู้จัก ไม่สิ รอยยิ้มที่เขาส่งมาให้ผมทำให้ผมคิดแบบนั้น คำแรกที่เขาเอ่ยกับผมก็คือ “ขอโทษ” ผมอึ้งและพูดไม่ออก เขาบอกแค่เพียงว่า เขาอยากจบเรื่องของผมกับเขา เขาพูดเพียงแค่นั้น ผมไม่รู้รายละเอียด ผมไม่เข้าใจ เขาบอกแค่ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะกลับมา” ผมพูดไม่ออก ไม่มีแม้แต่น้ำตาที่จะไหล หลังจากผมกลับไปถึงบ้าน ผมร้องไห้ และหลังจากนั้นเพียงไม่ก็วัน ผมก็ได้รับข่าวการแต่งงานของเขา ผมทั้งช็อกแต่เจ็บปวด ในท้องของผู้หญิงคนนั้นมีเด็กอยู่ มันทำให้ผมตระหนักได้ว่า ผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพราะผมเป็นผู้ชาย ความจริงข้อนี้ ทำให้ผมเจ็บปวดมากขึ้น ผมไม่น่าไปเจอเขาเลย แต่อยู่ๆคำพูดของเขา ที่ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะกลับมาหาผม ใช่แล้ว ผมเหมือนคนโง่..เพราะผมหน่ะ ตั้งตารอเขาเหมือนเดิม แม้ว่าผมจะรู้ว่าไม่มีวันแล้วก็ตาม

งานของคัตตุน ยังคงไปได้ดี ผมมีงานละครบ้างสองสามเรื่อง บางทีการนั่งดูโทรทัศน์ที่บ้าน มันก็ทำให้พบว่า เด็กรุ่นใหม่เริ่มมีมากเหลือเกิน ผมยังคงจำสมัยก่อนได้ ตอนเราเดบิ้วต์ใหม่ๆ หน้าจอทีวี คงหนีไม่พ้น คัตตุน และ นิวส์ เป็นแน่ รวมทั้งวง อาราชิ หรือแม้แต่ คันจานิเอจ แต่สมัยนี้ คงหนีไม่พ้นรุ่นใหม่ๆ อย่าง เฮย์เซย์จัมพ์ เซ็กซี่โซน หรือวงอื่นๆที่กำลังมาแรง ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงอดีต เวลามันเปลี่ยนไปเร็วจริงๆ ไปๆมาๆจากหนุ่มน้อย คาเมนาชิ คาซึยะ ผมก็กลายเป็นคาเมนาชิ คาซึยะ ที่มีอายุ 27 ปีเข้าไปแล้ว(หัวเราะ) ถึงอย่างนั้น ผมกยังหวังให้แฟนๆ สนับสนุนผม และคัตตุนต่อไป ใช่ผมหวังอย่างนั้น

การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องดี นั่นเป็นความคิดของผมนะ ตอนที่ผมได้รับข่าวของโคคิ ฮะๆ ใช่แล้วครับ อย่างที่ผมบอก ผมพยายามแล้ว และทุกคนก็ด้วย เราพยายามคุยกัน แต่มันก็ไม่เกิดผล ตอนนี้คัตตุน คงเหลือแค่ 4 คน ผมนับถือในนิวส์ ที่ตอนนั้นประคับประคองนิวส์ที่มี 4 คนได้ ผมดูคอนเสิร์ตของเขา มันช่างยอดยเยี่ยม และ ผมก็หวังว่าคัตตุน จะทำได้ยอดเยี่ยมแบบนั้นเช่นกัน เรื่องราวทั้งหมดมันทำให้ผมคิดถึงเขา ผมพยายามติดต่อเขา เขาขาดการติดต่อผมไปเกือบปี และตอนนั้นเป็นตอนที่ผมต้องการเขามากที่สุด ผมแค่เพียงอยากได้ยิน ใช่แค่เขาพูดว่า คาซึยะ ไม่เป็นไร อย่าร้องสิ..เพียงเท่านั้น ผมคงมีกำลังใจมากกว่านี้ ผมไม่อยากจะปฏิเสธเลย ว่าพวกเราอ่อนล้ากันแค่ไหนแล้ว..ผมควรรอเขาต่อไปมั้ย? ถึงแม้จะเกิดคำถามแบบนั้น แต่ในใจของผมก็ยังมั่นใจที่จะรอ

ทำไมเขาถึงไม่ติดต่อมาเลยล่ะ? ทำไมเขาถึงบอกให้ผมรอ รอเริ่มไม่เข้าใจแล้วนะ ไม่เข้าใจแล้ว เขาดูมีความสุขดี ผมได้ฟังเพลงใหม่ของเขา ผมคิดถึงเสียงของเขา สัมผัส ทุกอย่าง ผมก็ยังคงเป็นคนโง่ ทั้งๆที่ผมรู้ดีที่เขาพูดไปแบบนั้น เพราะเขาไม่อยากให้ผมเจ็บปวด ผมรู้ดีเขาแค่โกหก เพื่อที่จะให้ผมสบายใจ แต่ทำไม ทำไมผมถึงได้ เชื่อมากขนาดนี้ เชื่อว่ายังไงเขาต้องกลับมา บางทีผมก็จำไม่ได้ว่าผมร้องไห้เพราะคนที่ชื่อ “อาคานิชิ จิน” ไปแล้วกี่ครั้ง

เหมือนวันที่ผมรอคอยจะมาถึง วันนั้นผมกลับมาที่ห้อง ผมเจอเขา เขานั่งอยู่บนเตียงของผม ผมถามว่าเขาเข้ามาได้ยังไง เขาตอบกลับมาว่า ทางหน้าต่าง ราวกับสมัยก่อน เขามักจะปีนมาหาผมทางนั้นเสมอ เพราะมันอาจจะเป็นเป้าของนักข่าวมากเกินไปถ้าเขาเข้ามาทางประตูหน้าบ้าน เขายิ้มให้ผม ผมนิ่งอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ทั้งๆที่มีคำพูดมากมายอยากจะถาม แต่มันก็หายไปทันที เพียงแค่ริมฝีปากนั้นทาบลงมา พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบา ว่าเขาคิดถึงผม ผมไม่กล้าถาม ไม่กล้าถามอะไรทั้งนั้นผมกลัวเขาจะหายไป ใช่แล้วผมมันเห็นแก่ตัว ถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่าเขามีครอบครัวแล้วก็ตาม หลังจากวันนั้น ผมก็คิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่วงเดียวกันก็ตามอย่างน้อย เขากับผมยังอยู่บริษัทเดียวกัน ต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ ถึงแม้หลังจากวันนั้น เขาจะไม่ได้ติดต่อมาเลยก็ตาม

แต่เหมือนพระเจ้าจะกลั่นแกล้งผมอีกครั้ง(หัวเราะ)เขาไม่ต่อสัญญา ผมนึกไม่ถึง ผมไม่นึกว่าเขาจะกล้า กล้าทำแบบนี้ แล้วแบบนี้ผมจะทำยังไง โทรไปก็ไม่เคยรับสายผมเลย มันเจ็บปวดนะ และวันนั้นผมก็ตัดสินใจจะพอกันทีกับเขา ใช่แล้วผมควรพอได้แล้วพอสักที ผมไม่ควรจะรักเขาอีกต่อไปแล้ว ถ้ารักใครสักคนมันจะต้องเจ็บปวด ผมขอเลือกที่จะไม่รักดีกว่า..



ลาก่อน อคานิชิ จิน คนที่ผมเคยรักที่สุด
คาเมนาชิ คาซึยะ




มือเรียวสั่นเล็กหน่อย สมุดบันทึกเล่มเล็กถูกปิดแล้วว่างลงบนโต๊ะตามเดิม เจ้าของบันทึกรวมถึงเจ้าของห้องยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครเข้ามาเยือนในห้องของเขา จินทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ในห้อง จับจ้องใบหน้าสวยที่หลับสนิท


ทั้งคิดถึง และ โหยหา..


“ขอโทษ คาซึยะ..”เอ่ยพูดแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นเข้าไปหาร่างที่อยู่ในห้วงนิทราแล้วประทับจูบลงบนหน้าผากมน เพราะเขาเป็นคนแบบนี้ ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความผิดของเขามันเกินกว่าจะให้อภัย เขารู้ดี แม้อยากเอ่ยถ้อยคำฉุดรั้งให้รอเขาต่ออีกสักหน่อย แต่มันคงเป็นไปไม่ได้...
“ฉันไม่เคยเลิกรักนาย คาซึยะ..ไม่เคยเลย..”เสียงทุ้มได้แต่เพียงพึมพำเบาๆราวกับเป็นการพูดกับตัวเอง การแอบเข้ามาในห้องนี้ยามวิกาลตอนที่เจ้าของห้องหลับ มันเป็นสิ่งที่เขาทำเป็นประจำ เพราะอยากเจอ..

แต่เพราะความผิดที่มีมากเหลือเกินทำให้เขาไม่กล้าที่จะมาเจอร่างตรงหน้านี้โดยตรง ได้แต่แอบเฝ้ามองร่างที่หลับใหลนี้เท่านั้น..

เมื่อเหลือบมองเวลา มันก็ถึงเวลาที่เขาควรจะกลับได้แล้ว จินเดินตรงไปยังหน้าต่างบานเล็กก่อนที่จะเปิดมันออก เขาหันมามองร่างบางแล้วเอ่ยเสียงเบา แต่เพราะความเงียบทำให้เสียงมันดูดังขึ้น

“ฉันรักนาย คาซึยะ..แล้วจะรักตลอดไป”

พูดเพียงแค่นั้น ก่อนจะพาขาเรียวยาวกระโดดออกไปนอกหน้าต่าง โดยหารู้ไม่ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ไหล่บอบบางเริ่มสั่นไปตามแรงสะอื้น คาซึยะกอดตัวเองแน่น แล้วเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบในยามค่ำคืน

“ฉันเองก็จะรักนาย ตลอดไปจิน..”



END.






Talk.
แต่งไว้นานแค่ไหนแล้วเนี่ย 5555 บล็อกยังมีคนตามอยู่มั้ยคะ?
อันนี้แต่งสมัยพี่คิออกใหม่ๆเลย พอได้ข่าวจุนโนะออกตะเตือนไตไปอีก
แต่มั่นใจว่าทุกอย่างจะไปได้ดีค่ะ
เพราะคัตตุนยังไงก็ต้องมี 6 คนใช่มั้ยคะ^^ ยังไงซะคัตตุนก็มาจากชื่อของคน6คนน้า
มาสนับสนุนคัตตุนด้วยกันต่อไปเถอะค่ะ
* Category : Akame
* Comment : (0) * Trackback : (0) * |
個別記事の管理2015-07-27 (Mon)
1.jpg


[ShotFic]Summer Time…[YamapiYuya]
Yamashita Tomohisa x Tegoshi Yuya



[ShotFic]Summer Time…[YamapiYuya]
Yamashita Tomohisa x Tegoshi Yuya

ปิดเทอมหน้าร้อน...


เทโงชิ ยูยะวัย 17 ปี กำลังเดินปาดเหงื่อ ท่ามกลางแดดที่ร้อนจัด ใบหน้าแสดงออกถึงความหงุดหงิดอย่างไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้


ทำไมน่ะหรอ..?


แทนที่ว่าปิดเทอมหน้าร้อนจะนอนสบายๆอยู่กับบ้านแล้วทานแตงโมเย็นๆ หรือ ไอศกรีมหวานๆ จนชื่นใจพร้อมกับอ่านการ์ตูนไปด้วย.. ใช่มันควรจะเป็นอย่างนั้น.. แต่ทุกอย่างก็ต้องพังทลายลง ด้วยเหตุที่ว่าเขาต้องเดินทางไปเรียนเสริมหน้าร้อน เพราะ สอบตกวิชาประวัติศาสตร์ ซ้ำสองเทอมรวดเนี่ยนะ!!! นี่มันบ้าเกินไปแล้ว!!

“ไอวิชาบ้านี่ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหน ครูที่สอนก็น่าเบื่อ อ๊ากกกก!!”มือเรียวเล็กยกขึ้นขยี้หัวตัวเองไปมา ในขณะที่เดินมาจนถึงหน้าห้องพักครู
“ไออาจารย์บ้า ตกไม่กี่คะแนนเองนะ!! ทำไมต้องให้มาซ่อมด้วยวะเนี่ย!!”ยูยะยังคงเอ่ยบ่นต่อไป โดยที่ไม่รู้ว่ามีใครบางคนมายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่
“ขอโทษนะที่ฉันสอนน่าเบื่อ แต่ถึงนายยืนอยู่ตรงนี้ไปก็ไม่ได้ช่วยให้สอบผ่านหรอกนะ”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้ร่างเล็กถึงกับชะงักไปในทันที ก่อนที่หัวกลมๆจะค่อยๆกลับไปมองด้านช้าๆ
“อะ..อาจารย์ยามาชิตะ..”ร่างสูงในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์สบายๆ ใบหน้าหล่อรับกับแว่นตาที่ใส่อยู่ ในมือถือหนังสือสองสามเล่ม ดวงตาคมจ้องมายังเด็กหนุ่มตรงหน้า ด้วยใบหน้าที่แสดงความหงุดหงิดไม่แพ้กัน
“ก็ใช่น่ะสิ..ทั้งๆที่ควรจะได้หยุดอยู่บ้านแท้ๆ แต่กลับต้องมาสอนเจ้าเด็กดื้อบางคนที่ตกซ้ำตกซ้อน”ร่างสูงในวัย28ปี ส่ายหัวไปมา แล้วเดินนำไปด้านหน้า พร้อมกับเปิดประตูห้องพักครู ส่วนคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กดื้อ ได้แต่มุ้ยหน้าแล้วยกมือขึ้นกอดอก
“ก็ผมเรียนไม่รู้เรื่องนี่ จะให้มันผ่านได้ยังไง แล้วผมก็ตกไม่กี่คะแนนเองนะ”เสียงเล็กเอ่ยเถียงเบาๆ จนคนตัวสูงหันหลังกลับมามอง พร้อมโชว์กระดาษข้อสอบให้อีกฝ่ายดู
“4 คะแนน เต็ม 100 นี่นายยังจะบอกอีกหรอว่าไม่กี่คะแนน”ยูยะมองกระดาษในมือของคนตัวสูงกว่าแล้วฉีกยิ้มแหย.. แต่ก็ยังจะพยายามเอ่ยเถียงต่อด้วยความรั้น
“คะ..แค่ 96 คะแนนเองนะ!”แม่เจ้า.. พูดมาได้แค่96คะแนน.. คนเป็นอาจารย์ถึงกลับส่ายหัวไปมา ให้กับความดื้อรั้นของลูกศิษย์ตรงหน้า ตั้งแต่ โทโมฮิสะ ยามาชิตะ เป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนี้มาไม่ต่ำกว่า 3 ปี พึ่งเคยเจอเด็กที่สอบตก 96 คะแนน แล้วมาเถียงว่าตัวเองตกแค่นิดเดียว พึ่งเคยเจอจริงๆนั่นแหละ..
“มานี่เลยมา..”มือเรียวดึงแขนคนตัวเล็กตรงหน้าให้เข้ามายังห้องพักครูแบบส่วนตัว ด้านในมีเครื่องปรับอากาศ ทำให้ไม่รู้สึกร้อนมาเท่าไหร่
“นายจะคิดยังไงก็ช่าง ตกก็คือตก ก็ต้องเรียนซ่อมอยู่ดี”โทโมฮิสะ วางกองหนังสือไว้บนโต๊ะ แล้วมองนักเรียนตัวน้อยตรงหน้าที่ดูเหมือนกำลังไม่พอใจเขายังไงยังงั้น..
“ก็ผมไม่อยากเรียน!! อาจารย์นั่นแหละที่สอนไม่รู้เรื่อง!! ไม่งั้นผมจะตกได้ยังไงเล่า”คนตัวเล็กพูดแล้วเดินตรงปรี่เข้าไปหาคนอายุมากกว่า ใบหน้าหวานทำหน้ามุ้ยอย่างดื้อรั้นจนคนที่เป็นอาจารย์จัดการ บีบแก้มเนียนทั้งสองข้างเพื่อเป็นการลงโทษ
“แล้วตกคนเดียวทั้งระดับชั้น มันหมายความว่าฉันสอนไม่รู้เรื่องตรงไหนห๊ะ.. เจ้าเด็กดื้อ”
“ง่ะ..ง๊า..เจ็บนะ”ยูยะสะบัดตัวหนี พร้อมกับยู่ปาก
“ก็เพราะอาจารย์นั่นแหละ..พวกผู้หญิงหลังห้องเอาแต่พูดถึงอาจารย์ตลอดเวลาตอนสอนแล้วผมจะไปเรียนรู้เรื่องได้ยังไงเล่า! ก็อาจารย์ดันหล่อเองนี่หน่า..!!”ร่างเล็กชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าขึ้นแดงจางๆ ส่วนคนฟังที่ชะงักไปกับคำพูดของเด็กตัวเล็กที่ก้มหน้างุนลงเพราะความเขินเช่นกัน..
“เมื่อกี๊ชมว่าฉันหล่อหรอ..หืม..?”เมื่อได้ยินน้ำเสียงล้อเลียนแบบนั้นก็ยิ่งทำให้เด็กแก้มกลมใบหน้าขึ้นสีหนักเข้าไปไปใหญ่
“ปะ..เปล่านะ..ผม..ผม...”โทโมฮิสะยิ้มออกมาบางๆ เขายกมือขึ้นกอดออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ
“โอเคๆ แสดงว่าความหล่อของฉัน มันทำให้นายเรียนไม่รู้เรื่องสินะ..ก็ได้เดี๋ยวฉันจะรับผิดชอบเอง”ไม่ว่าเปล่า อาจารย์หนุ่มก็ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์โอบเอวบางให้เข้ามาใกล้ตัวพร้อมกับยื่นใบหน้าหล่อเข้าไปจนเกือบชิด
“อะ..เอาหน้าออกไปไกลๆเลยนะ!!”ยูยะหัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิด รีบผลักคนตรงหน้าออกอย่างรวดเร็ว และมันก็เป็นการเรียกรอยยิ้มจากอาจารย์ขี้แกล้งได้มากกว่าเดิม
“งั้น..ไหนๆก็ต้องเจอกันทั้งเดือนนี้อยู่แล้ว ต่อไปฉันจะเรียกนายว่ายูยะล่ะกันนะ ส่วนนายก็เรียกฉันว่าอาจารย์ ยามาชิตะ เหมือนเดิมนั่นแหละ”
“ไม่เอาไม่เห็นยุติธรรมเลย.. ผมจะเรียกอาจารย์ว่าโทโมะฮิสะคุง..คิกๆ”เสียงเล็กหัวเราะคิกคักให้กับสรรพนามใหม่ของอีกฝ่าย
“ผมจะเรียกว่า โทโมฮิสะคุง ไม่เรียกอาจารย์ยามาชิตะหรอก”
“นี่นายคิดว่าฉันอายุมากกว่านายกี่ปีน่ะ..ยูยะ”โทโมฮิสะจัดการดีด หน้าผากเล็กๆนั่นไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้
“โอ๊ย! ไม่รู้ล่ะ อาจารย์ยังเรียกชื่อผมเลย ผมจะเรียกว่าโทโมฮิสะคุง!!”

นั่นไง เจ้าคนตัวเล็กเบะปากใส่เขาอีกแล้ว ให้ตายเถอะ.. ที่เขาบอกว่ามีแฟนเด็กแล้วน่าปวดหัว สงสัยจะจริงแฮะ..

“ก็ตามใจนายแล้วกัน”



ตลอดทั้งปิดเทอมหน้าร้อนยูยะต้องไปที่โรงเรียนทุกๆวัน ถึงแรกๆจะเบื่อก็เถอะ แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้ว ทุกวันเขาจะนั่งอยู่บนโต๊ะ ที่มีหนังสือประวัติศาสตร์ กับ อาจารย์สุดหล่อคนเดิมที่เอาแต่เดินมารอบตัวเขา พร้อมกับแอบเหล่ตามองว่าเขาสนใจหนังสืออยู่หรือเปล่า

“โทโมฮิสะคุงผมเบื่อแล้ว”เสียงเล็กเอ่ยขึ้น ขณะที่ร่างสูงกำลัง จะเริ่มสอนเรื่องใหม่
“เบื่ออะไรของนาย แล้วอย่างนี้จะสอบผ่านมั้ย”โทโมฮิสะย่อตัวมาให้อยู่ในระดับเดียวกับคนตัวเล็ก
“ถ้าสอบผ่านแล้ว..จะได้เจอกันอีกมั้ย..?”ร่างเล็กเงยหน้ามองร่างสูงดวงตากลมโตนั่น ทำให้หัวใจของโทโมฮิสะสั่นวูบไปชั่วขณะ
“ที่จริง..หมดหน้าร้อนนี่ ฉันก็จะไม่ได้เป็นอาจารย์ที่นี่แล้ว..”
“เอ๋..? ทำไมล่ะ..”แขนเรียวเลื่อนไปจับชายเสื้ออีกฝ่ายเอาไว้แล้วถามอย่างฉงน
“ฉันถูกอาจารย์ ที่มหาลัยเรียกไปร่วมทีมศึกษาประวัติศาสตร์ ญี่ปุ่นน่ะ ฉันอยากทำมากกว่าก็เลยตอบตกลงไป”เสียงทุ้มอธิบายช้าๆ ก้มลงไปสบกับดวงตาคู่สวยของอีกฝ่าย ยูยะรีบหันหน้าหลบไปทันที
“งั้นหรอครับ...”


แปลกแฮะ..


ทำไมรู้สึกว่าดวงตาคู่นั่นมันเศ้ราๆนะ...


สงสัยจะคิดไปเองมั้ง..




หลังจากวันนั้นยูยะก็มาเรียนบ้างไม่มาเรียนบ้าง บางครั้งเวลาเรียนก็ไม่สนใจ..


ปึง!


โทโทฮิสะยกมือขึ้นตบโต๊ะเสียงดัง อย่างหงุดหงิด จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไง ในเมื่อตลอดทั้งอาทิตย์คนตรงหน้าพึ่งจะมาวันนี้วันแรก แถมมาแล้วก็เอาแต่อ่านการ์ตูนอยู่นั่นแหละ

“เป็นอะไรของนายห๊ะ มันจะหมดปิดเทอมหน้าร้อนอยู่แล้วนะ!”มือเรียวกระชากแขนเล็กขึ้นมาอย่างเหลืออด
“แล้วไง”คนตัวเล็กสะบัดมืออกอย่างไม่สนใจ“ผมจะกลับแล้ว”ยูยะ หยิบเป้ขึ้นมาสะพายเตรียมจะหันหลังกลับ แต่ถูกแขนเรียวรั้งไว้
“นายไม่อยากสอบผ่านหรือไงยูยะ ทำไมถึงทำแบบนี้”คนตัวสูงจับแขนเล็กไว้แน่น โทโมฮิสะพลิกตัวของอีกฝ่ายให้หันมาแล้วพยายามจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตตรงหน้า
“ไม่อยาก..”แต่คนตัวเล็กหันก็หน้าไปอีกทาง..
“อย่ามางี่เง่านะยูยะ อะไรของนาย ทำไมถึงไม่อยากสอบผ่าน นายจะเบื่อที่ต้องมาเรียนไม่ใช่หรือไง!”เสียงทุ้มเอ่ยดุ จับใบหน้าเล็กให้หันมา ก่อนจะต้องชะงัก ใบหน้าหวานรื้นไปด้วยน้ำตา
“ไม่เอาหรอก..ถ้าสอบผ่านแล้วไม่ได้เจอโทโมฮิสะคุงก็ไม่เอาหรอก...”มือเรียวเล็กยกขึ้นปาดน้ำตา ร่างกายสั่นไหวไปด้วยแรงสะอื้น“ถ้าไม่ได้เจอก็..ไม่เอา..ไม่อยากสอบผ่านแล้ว”

โทโมฮิสะนิ่งอึ้งไป เขาเผลอระบายยิ้มออกมาบางๆให้แก่ความไร้เดียงสาของเด็กน้อย.. ฝ่ามืออุ่นเลื่อนไปโอบรัดร่างบอบบางให้เขามาอยู่ในอ้อมแขนของตน ก่อนจะกระซิบถามเสียงแผ่วเบา..

“ที่ไม่อยากสอบผ่าน เพราะกลัวไม่เจอฉันหรอ..?”
“อืม..”และเสียงหวานนั่นก็ตอบรับในลำคอกลับมาอย่างไม่ลังเล
“เด็กบ้า..”เพียงแค่คำตอบรับเบาๆ ทำให้เสียงหัวใจของอาจารย์หนุ่มสุดหล่อนั้นเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาประคองหน้าอีกฝ่ายให้เงยขึ้นปาดน้ำสีใสออกจากด้วยตากลมโตนั่น”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ว่ายังไงฉันต้องมาหายูยะแน่ๆ สัญญา”เสียงทุ้มเอ่ยเบาราวกลับกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคนก่อนที่ริมฝีปากอุ่นจะทาบทับลงบนปากบางของอีกฝ่าย ที่เงยหน้ารอตอบรับอย่างไร้เดียงสา..


แม้หน้าร้อนกำลังจะหมดไป..


แต่ไม่ว่าจะยังไงหัวใจของทั้งสองคนก็ยังคงอยู่ด้วยกันเสมอ


เพื่อรอคอยหน้าร้อนที่จะวนกลับมาอีกครั้ง


END.



Talk.
รีไรท์เล็กน้อย เพราะถ้ารีหมดอาจไม่ได้ลงTT มีต่อนะคะ เป็นSFซีรีย์ summer ประมาณ3ตอนจบ ไว้จะทยอบลงให้นะคะ
* Category : ShotFic
* Comment : (2) * Trackback : (0) * |

* by Tegoshi Hana
ยามะชิตะเซนเซ โลลิค่อนนี่น่า 555555555555555555555555555555+ ยูยะ...เด็กขี้ยั่ว 55555555555555+ อ่านแล้วจักจี้หัวใจอ่ะ ชอบๆ เขินเลย 5555555555555555555555 จะมาตามอ่านบ่อยๆนะคะ

* by Yaoilism
โอ๊ยยยเทชชชชชช อะไรคือ96คะแนนเอง แกได้4จาก100ได้ยังไงง 5555
จริงๆแล้วมันเป็นแผนใช่มะะะะะ สอบตกให้ได้อยู่กับยามาชิตะเซนเซ
เซนเซกินเด็กอ่ะ!!นึกถึงคินเคียวเลย กรี๊ดดดดดดดดด
อ่านแล้วอยากหยิกเทชอ่ะ น่ารักน่าหยิกจริงๆเลย ><

個別記事の管理2015-07-27 (Mon)
download.jpg


Chapter01
Yamashita Tomohisa x Tegoshi Yuya
PG-13


“ผมจะถอนตัวออกจากนิวส์ครับ..”

“ผมก็ด้วย..ผมจะเอาด้วยกับคันจานิ..”

“พวกนายสองคนมั่นใจแล้วใช่มั้ย..?”

โทโมฮิสะและเรียว หันมามองหน้ากันแล้วพยักหน้าเบาๆ เมื่อเสียงทุ้มของผู้มีอำนาจเอ่ยถามขึ้นเพื่อเน้นย้ำจุดประสงค์การตัดสินใจของทั้งสอง โดยมีสมาชิกนิวส์อีกสี่คนที่เหลือยืนเงียบกริบอยู่ด้านหลัง

“ผมไม่สามารถอยู่กับการแบกรับความเชื่อมั่นและความไม่แน่นอนได้หรอกครับ..”โทโมฮิสะเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าและแววตาจริงจัง จนผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีอำนาจสูงสุดในบริษัทก้มหน้าลงถอนหายใจออกมาเบาๆ
“งั้นฉันรับในการตัดสินใจของพวกนายทั้งสองคน ไม่มีการกลับเข้าวงแล้วนะ”เสียงประกาศกร้าวดังขึ้น ราวกับเสียงฟ้าผ่าลงมา


นิว์จะจบลงแล้วหรอ..


ยูยะ และ สมาชิกที่เหลือ อีก 3 คนเดินออกมาจากห้องที่พึ่งจะผ่านการประชุมเรื่องเคร่งเครียดเมื่อไม่นานมานี้ ทุกคนนิ่งเงียบราวกับหุ่นปั้น เมื่อมีสมาชิกสองคนออก แถมยังเป็นสมาชิกทั้งสองคนที่เป็นคนค้ำจุนวงมาจนถึงทุกวันนี้ ทำเอาสมาชิกที่เหลือถึงกับไม่มีใครพูดออกเลยสักคน

“ยูยะ..”มัสสึดะเอ่ยเรียกร่างเล็กเจ้าของใบหน้ากลมเบาๆ ยูยะหันมามองที่ต้นเสียง
“หืม..อะไรหรอ”เสียงหวานพูดขึ้น เงยหน้าขึ้นจ้องใบหน้าของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ร่างสูงกว่าตำแหน่งสีเหลืองประจำวงได้แต่ฉีกยิ้มน้อยๆก่อนจะเมินหน้าหนีไปอีกทาง
“วันนี้มีซ้อมคอนเสิร์ตเทโกมัสนะ..อย่าลืมล่ะ”มัสสึดะพูดออกมาเสียงเบาหวิวราวกับไม่มีอารมณ์อยากไปซ้อมเท่าไหร่ แต่มันช่วยไม่ได้..ในเมื่อพวกเขาทั้งคู่ยังอยู่ในระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตเทโกมัส การไม่ไปซ้อมรั้งแต่จะทำให้อะไรๆแย่ขึ้นไปอีก..ก็เท่านั้น...
“ฉันไม่ลืมหรอกหน่า จะไปพร้อมกันมั้ย? นัดซ้อมมันอีกสองชั่วโมงหลังจากนี้นี่หน่า”ร่างเล็กยกมือขึ้นมองนาฬิกาที่ข้อมือ แล้วเงยหน้าขึ้นเป็นเชิงถามคนตรงหน้าอีกครั้ง ว่าจะไปด้วยกันหรือเปล่า..? แต่มัสสึดะกลับส่ายหน้าน้อยๆ แล้วพูดปฏิเสธออกมา
“ไม่ล่ะ ฉันกะจะไปเดินเล่นคิดอะไรเพลินๆสักหน่อย”เสียงทุ้มผิดกับเวลาร้องเพลงลิบลับเปล่งตอบคู่หูของตน ยูยะพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เขาไม่ได้เอ่ยตอบอะไรออกไป ยูยะเข้าใจดีว่าตอนนี้ทุกๆคนกำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหน
“งั้นพวกฉันไปก่อนนะ ยูยะ มัสสึ พยายามเข้าล่ะ”เคย์อิจิโร่เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหลังจากที่เงียบอยู่นาน แต่ถึงแม้เคย์อิจิโร่จะฉีกยิ้มกว้างแค่ไหนมันก็ยังคงเป็รรอยยิ้มที่ดูเศร้ามากๆอยู่ดี ส่วนชิเงอากิที่อยู่ข้างๆก็ทำเพียงแค่พยักหน้าให้เท่านั้น ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันเดินช้าๆออกจากบริษัทไป
“งั้น..อีกสองชั่วโมงเจอกัน”มัสสึดะพูดจบก็เดินออกไปโดนที่ไม่ทันที่ยูยะจะพูดอะไรด้วยซ้ำ น้ำเสียงของมัสสึสั่นเล็กน้อย ทำเอายูยะที่อยากจะพูดรั้งไว้ถึงกับเงียบลง คนๆนี้คงไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตาตอนนี้สินะ.. เขาเข้าใจดีว่าทุกคนรู้สึกยังไง เพราะเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน..


ปึก!


เสียงประตูของห้องประชุมถูกเปิดออกอีกครั้ง ร่างของอดีตสมาชิกทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องนั้นช้าๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแถมหัวเราะเสียงดังคิกคักช่างดูมีความสุขเสียเต็มประดา ท่าทางแบบนั้นของเรียวและโทโมฮิสะ มันกำลังทำให้ยูยะรู้สึกโกรธขึ้นมา.. อะไรกัน.. ไม่รู้สึกผิด..บ้างเลยหรือไง..

“อ่าว ยังไม่กลับหรอ”เรียวเอ่ยทักยูยะที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องประชุม สายตาที่เคยร่าเริงเสมอของคนตัวเล็ก ตอนนี้ช่างดูแข็งกร้าวเหลือเกินในความคิดของหนุ่มคันไซตัวผอมแห้ง ถ้าจะมองกันแบบนั้น ต่อยฉันเลยเถอะยูยะ..เห็นแล้วมันแอบเสียวหลังคอนะเว้ย..
“ผมมีซ้อมต่อ”เสียงหวานตอบกลับห้วนๆดูไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่นัก ทำเอาทั้งสองคนถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
“ทัวร์เสิร์ตเทโกมัสใช่มั้ย? พยายามเข้านะ”เรียวพูดก่อนจะพยายามฉีกยิ้ม เขารู้ดีว่าตอนนี้ทุกคนอยู่ในอารมณ์แบบไหน ถึงเขาจะรู้สึผิดอยู่บ้างก็เถอะ แต่จะให้เปลี่ยนแปลงอะไรไม่คงไม่ทันแล้ว..
“ผมรู้”ยูยะตอบสั้นๆทำเอา นิชิกิโด เรียว ถึงกับยิ้มแหยๆ
“ฉันไปซ้อมเพลงใหม่ของคันจานิก่อนนะ แล้วเจอกัน”ร่างผอมของเรียวหันไปพูดกับคนข้างๆ โทโมฮิสะพยักหน้าตอบรับช้าๆ พร้อมกับเปล่งเสียงหล่อนุ่มพูดคำว่าโชคดีออกไปเบาๆ
“ฉันไปนะยูยะ”ริมฝีปากของเรียวพยายามยกยิ้มไม่ให้บรรยากาศมันน่าตึงเครียดจนเกินไป ถึงแม้เขาจะเป็นคนที่ดูไม่แคร์ใครแค่ไหน แต่กับคนที่อยู่ร่วมวงกันมาเป็นสิบปีแบบนี้จะให้ไม่แคร์เลยก็คงไม่ได้
ฝ่ามืออุ่นของเรียวเอือมไปตบไหล่บางเบาๆ รู้สึกหน้าเสียนิดๆที่ยูยะสะบัดมือเข้าออกอย่างไร้เยื่อใย ให้ตายเถอะยูยะ..ทำแบบนี้มันชวนให้รู้สึกผิดนะรู้มั้ย.. เรียวได้แต่แอบคิดในใจก่อนจะเดินจากออกไปไกลโดนทิ้งความรู้สึกผิดเหล่านั้นเอาไว้เบื้องหลัง...

ยูยะช้อนสายตาขึ้นมองอดีตลีดเดอร์ของวง ผู้เป็นเจ้าของใบหน้าหล่อที่สาวๆอยากได้มาเป็นแฟนเกือบครึ่งประเทศ โทโมฮิสะกำลังจับจ้องมาทางยูยะเช่นกัน.. จับจ้องมาทางยูยะ.. ด้วยสายตาที่แสนจะว่างเปล่า..
“ยามาชิตะคุง ทำไมถึงทิ้งพวกเราครับ..”เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ โทโมฮิสะได้ยินดังนั้น ถึงกับแกล้งถอนหายใจออกมาเสียงดังเป็นเชิงให้ร่างเล็กรู้ว่าเขาเหนื่อยกับการตอบคำถามนี้มากแค่ไหน ส่วนยูยะเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ แต่เขาก็แค่ไม่อยากเชื่อ.. ไม่อยากเชื่อว่ายามาชิตะคุงที่ยูยะหลงรักคนนั้นจะทำแบบนี้กับวงของเรา..
“ยามาชิตะคุงรู้ดีนิครับ ว่าถ้ายามาชิตะคุงถอนตัว นิวส์มีสิทธ์ที่จะถูกแยกวง..ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะครับ..ทำไมถึ..”
“พอแล้วหน่า!”โทโมฮิสะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแฝงไปด้วยความไม่พอใจ ทำเอาคนอายุน้อยกว่าถึงกับเงีบบลงทันที น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาเล็กน้อย ริมฝีปากบางสวยนั่นทำได้เพียงแค่กัดปากเพื่อข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้
“ฉันจำได้ว่าพูดทุกอย่างชัดแล้วนะ เทโงชิ..”น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้น ใบหน้าของคนที่พูดอยู่ก็เย็นชาไม่แพ้กัน
“นิวส์ไม่ใช่อนาคตของฉัน..ฉันไม่ต้องการอนาคตของนิวส์ อนาคตที่ฉันต้องการคือโซโล่ นายได้ยินชัดหรือยัง..”น้ำเสียงทุ้มติดเย็นชายังดังคงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเป็นคำพูดเรียบๆ..แต่มันก็สามารถฆ่าคนที่กำลังฟัง..ได้ทั้งเป็น..

ยูยะก้มหน้านิ่ง ปกติเขาไม่ใช่ที่ร้องไห้ออกมาง่ายๆ แต่เรื่องแบบนี้มันก็สุดที่จะอดกลั้นไว้เช่นกัน เสียงใสแสนจะไพเราะยามเมื่อร้องเพลงตอนนี้กำลังสั่น..

“แล้วผมล่ะครับ ยามาชิตะคุง..คุณก็รู้ดีไม่ใช่หรอครับ..ว่าผมคิดยังไงกับคุณ ทำไมถึง..”คนตัวเล็กมองอีกฝ่ายอย่างมีความหวัง
“ตอนแรกฉันไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกนายก็จริงอยู่..เพราะเห็นว่าเป็นรุ่นน้องในวงเลยไม่อยากทำร้ายจิตใจ แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้..ขอโทษนะเทโงชิฉันชอบผู้หญิง”
น้ำตาที่ร่างเล็กพยายามกลั้นเอาไว้อยู่นานค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย โทโมฮิสะ จ้องใบหน้าของคนตัวเล็กนิ่ง พลางยิ้มออกมาบางๆ มันเป็นรอยยิ้มที่ดูน่ากลัวมาก สำหรับยูยะ รอยยิ้มที่แสนจะเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึก
“นายคงเข้าใจนะ ฉันเหนื่อยกับการมานั่งกุมอนาคตของคนอื่น ต่อไปนี้หวังว่าพวกนายจะก้าวต่อไปได้ โดยไม่มีฉันนะ”โทโมฮิสะทิ้งท้ายเพียงแค่นั่น แล้วเดินจากไปทันที ปล่อยให้ยูยะทรุดตัวนั่งลงกับพื้น น้ำตาไหลออกมาช้าๆ มือเรียวเล็กยกขึ้นปิดใบหน้าสวยของตัวเองเอาไว้ แล้วกัดริมฝีปากของตัวเองแน่น...


“ผมไม่ยอมแพ้หรอกครับ..ยามาชิตะคุง..”


ทั้งเรื่องของนิวส์.. รวมถึง..


เรื่องหัวใจของคุณด้วย...




TBC.



Talk.

ตามจริงเรื่งนี้เคยลงมาแล้วสองที่ แล้วก็ลบไป... เพราะดันลืมรหัสผ่านค่ะTT
เลยลบที่เคยลงแล้วมาลงในนี้ถาวรเลย อุส่าห์กู้คืนได้ทั้งที..
แต่งตุ่นไว้19ตอนแต่ฝีมือ ค่อนข้างเด็กน้อย..เลยจะขอรีไรท์ก่อนแล้วจะทยองลงให้น้าาา




* Category : MY LOVE(YamapiYuya)
* Comment : (2) * Trackback : (0) * |

* by Tegoshi Hana
อานแล้วเจ็บปวดดดดดดดดดดดด งื้อออออออออออออ T^T

* by Stunt
อยากอ่านต่อแล้วค่ะะะะะะ ต่อเถอะน้าาาาา

個別記事の管理2014-05-24 (Sat)
nisen.png

[ShotFic]word คำว่า...[NikaSen]
Nikaido Takashi x Senga Kento

(Nikaido’s Part)
ผมแอบชอบคนๆนึงอยู่ล่ะ

เป็นคนที่ดูเป็นเด็กตลอดเวลา และบางครั้งก็แอบขี้โว้ยวาย
ชอบหงุดหงิดกับความคิดของตัวเองเป็นประจำ ชอบว่าว่าผมถึก ชอบว่าว่าผมเป็นคนบื้อ ไม่เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง แต่ก็นะ อย่างน้อยผมก็รู้มาตั้งแต่แรกแล้ว ว่าพวกเราหน่ะใจตรงกัน แค่ผมไม่ได้พูดมันออกมา แค่ผมรอให้เขาเป็นฝ่ายพูดก่อนก็เท่านั้นแหละ

(ย้อนกลับไปเมื่อสองวันที่แล้ว)
“จะจบแล้วนะ จะรอให้เขามาบอกอย่างเดียวเลยหรือไงวะ”
“เรื่องของกูหน่า”
“แล้วถ้าเขาไม่มาบอกมึงล่ะ”
“เดี๋ยวกูจับปล้ำ เองไม่ต้องห่วง..”
“ป้ามึงดิ นี่กูบอกมึงเลย ชอบเขาก็ไปบอกตรงๆสิวะ”ผมหันไปมองหน้ายูตะ ที่กำลังทำหน้าเซ็งเบื่อโลก จริงๆมันพยายามยุผมมาตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว ให้ผมไปบอกชอบ ‘เขา’ คนนั้น จะว่าไงดี ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนขี้อายถึงขนาดไม่กล้าหรอกนะ แต่ก็..อยากได้ยินจากปากของอีกฝ่ายก่อนมากกว่า ไม่งั้นผมจะรู้ได้ยังไง ว่าเราใจตรงกันจริงๆ
ผมเดินหนีเจ้าคนบ้ายุ ที่อยู่ดีๆก็มีรุ่นน้องรุ่นพี่โพล่มาจากไหนไม่รู้ เข้ามาสารภาพรักกันเต็มไปหมด ว่าไม่ได้เป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียนก็งี้แหละ จะจบทั้งทีก็มีคนแห่มาบอกรักกันเป็นแถว
แต่ผมไม่จำเป็นต้องสนใจหรอก เมื่อ ‘เขา’ ที่ผมพูดถึงและคิดถึงแทบจะตลอดเวลากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหิน เพราะตัวสูงเลยทำให้ผมเห็นเขามาแต่ไกล และใบหน้ายุ่งๆแบบนั้นสงสัยจะกำลังหงุดหงิดอะไรอยู่แน่เลย..ขอแกล้งสักหน่อยล่ะ
“ยะโฮ้ว เคนโตะ~”ผมเดินปรี่เข้าไปด้วยท่าทางร่าเริงสุดๆ แล้วตบหลังเจ้าของร่างบางๆสูงๆไปทีนึง เหมือนมันจะแรงไปนะ เอ่อ..คือผมรู้สึกว่าผมตีเบาแล้ว
“ทักดีๆก็ได้ ไม่เห็นจะต้องตบหลังกันแทบหักเลย ไอ้บ้าพลัง”
“ฮ่าๆๆ อะไรแค่นี้อ่อนเหรอวะ”
“ไปไกลๆตีนกูเลย ชิ่ว”
“เออก็ได้ ไปอยู่กะโฮชิก็ดะ”หลังจากที่แหย่จนโดนไล่ ผมก็เดินไปเกาะไหล่ของร่างบางที่คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเคนโตะ แต่กลับโดนโวยวายใส่มาอีกรอบ
“โทชิยะเฟ้ยย มาโฮชิอะไรฟระะ ปั๊ดเลยหนิ”ผมหัวเราะ แล้วแอบลอบมองไปยังคนที่อยู่ฝังตรงข้าม ใช่แล้ว คนที่ผมพูดถึงมาโดยตลอด คนที่รู้จักกันมาแต่เด็ก คนที่เรียนที่เดียวกัน คนที่เคยแม้แต่อาบน้ำ หรือ นอนด้วยกัน และเป็นคนเดียวเท่านั้นที่ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ‘ผมชอบเขา’ คนเดียวที่ผมจะมอบความรูสึกนี้ให้ ‘เซนงะ เคนโตะ’


(กลับมาปัจจุบัน)

“เอ่อ..นิไคโดคุง..ไปกับฉันหน่อยยได้มั้ย?”เด็กผู้หญิงตัวเล็กผมยาวสวยสีน้ำตาล หนึ่งในเพื่อนร่วมห้องของผม จริงๆผมกับเธอสนิทกันพอสมควร ถ้าไม่ติดว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ผมกับเธอคงเป็นแฟนไปแล้วล่ะมั้ง แต่อาจจะเป็นเพราะความไม่แน่นอน และ ความที่ก่อนหน้านี้ผมยังไม่มั่นใจในหลายๆอย่าง มันเลยต้องทำให้ผมทำร้ายผู้หญิงคนนึงอย่างไม่น่าให้อภัยเท่าไหร่ จริงๆพวกเราคงต้องขึ้นห้องประชุมไปเตรียมตัวกันแล้ว วันนี้เป็นวันเรียนจบท่าทางเธอคงจะมีเรื่องหนักใจมากพอดู เพราะตั้งแต่ผมเดินตามเธอไป เธอไม่ได้ยิ้มเลยแม้แต่น้อย


ผมและเธอตอนนี้เราอยู่ในห้องเรียน
“วันนี้เป็นวันจบการศึกษาแล้วสินะ”เธอพูดขึ้น เสียงของเธอสั่นนิดหน่อย ผมรู้ว่าเธอคงกำลังจะร้องไห้
“อ่า ใช่แล้วล่ะ”ผมยิ้มออมาบางๆ
“ถ้าจบไปแล้ว..นายคงจะลืมฉันสินะ”เหมือนตอนนี้น้ำตาของเธอจะไหลออกมาแล้ว
“สำหรับนายแล้ว..ฉันสำคัญแค่ไหนหรอ ฉัน..ชอบนายนะ เคยรู้บ้างมั้ย”ผมอึ้งพูดไม่ออก ไม่สิ ผมไม่เคยทำอะไรให้มันชัดเจนเลย ทั้งๆที่คิดไว้ว่าอาจจะเกิดเหตุการแบบนี้เกิดขึ้น เธอถึงต้องมาเจ็บปวดแบบนี้
“ขอโทษนะ..แต่คนที่ฉันชอบมีแต่เซนงะเท่านั้น..เราเป็นแค่เพื่อนกันเถอะ”ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรมากกว่านั้น เธอก็ร้องไห้แล้ววิ่งออกไปจากห้องทันที
“จากนี้ไปเธอก็คงจะได้มีรักใหม่ซะทีนะ...”ผมพึมพำด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด แต่จะทำไงได้ เมื่อคนที่ผมรักไม่ใช่เธอ ผมมองไปยังทางที่เธอวิ่งออกไปแต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบกับใครบางคน เคนโตะยืนอยู่ตรงนั้น
“โอ๊ะ เค็นโตะ!”ผมแอบตกใจนิดๆ เขาได้ยินที่ผมพูดอะไรหรือเปล่า อย่างเช่น..ตอนที่ผมบอกว่าชอบเขาหน่ะ..โอ้ยยย เขินชะมัด
“ลืมของเหรอ?”ผมพยายามพูดกลบเกลื่อนแต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย
“เปล่า... ไปละ”อะไรกัน ตกลงได้ยินอะไรหรือเปล่าเนี่ย ผมรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปรั้งตัวเขาไว้ทันที
“เฮ้ เดี๋ยว สิ!”
“ปล่อย...”
“เดี๋ยวสิ แปปนึง”
“...”
“เมื่อกี๊ได้ยินรึเปล่า”ผมพยายามถามเขาซ้ำอีกครั้ง ตอนนี้หน้าผมเริ่มแดงด้วยความเขินแล้วนะ ตกลงเขาได้ยินอะไรหรือเปล่า?
“ได้ยินอะไร”เคนโตะตอบผมเสียงห้วน ผมได้แต่เกาหัวแล้วยิ้มเก้อๆ อย่างไม่รู้จะอธิบายยังไง
“อือ”เขาพึมพำอะไรบางอย่างแล้ว สะบัดมือหลุดจากการเกาะกุมของผมทันที
“เดี๋ยวก่อน”ผมเริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อยกับอีกฝ่าย เอะอะอะไรก็ไม่ยอมคุยท่าเดียว หรือว่าเขาจะได้ยินอะไรผิดไป
“อะ...อะไร?”
“นายคงไม่ได้...คิดอะไรผิดๆไปหรอกนะ”ผมถามเขาด้วยความสงสัย ถ้าเขาได้ยินที่ผมบอกชอบเขาจริง เขาจะเขินมากกว่าที่จะมาทำเหมือนโกรธผมแบบนี้สิ!
“ผิดอะไร อะไรที่ว่าผิด?”
“ก็...”
“ทุกอย่างออกจะชัดเจน แค่เห็นก็เข้าใจแล้วนี่”
“มันไม่..”
“พอทีเถอะ ขอโทษนะที่เข้ามาขัดจังหวะบทพระเอกน่ะ ก็ไม่คิดว่าแกจะมีคนที่ชอบละ...”นั่นไง! ว่าแล้ว คนอย่าง เซนงะ เคนโตะ ผู้ที่ชอบคิดไปเองทุกที ผมเงยหน้ามองเขา ให้มันได้อย่างงี้สินะ
“ปะ...ไปละ...”เขาพูดแล้วตั้งท่าจะเดินหนี แต่ผมใช้มือของผมจับข้อมือของเขาไว้แน่น
“เดี๋ยวสิ!”
“นายหมายถึงอะไร? ตั้งใจจะมาพูดอะไรงั้นเหรอ?”ผมถามออกไปด้วยความสงสัย เขาต้องการอะไรกันแน่เนี่ย ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาอยากจะบอกผมเลย
“ปล่อยนะเฟ้ยย เจ็บ!!”อ่าว เจ็บหรอ ผมรีบปล่อยมือทันที
“นายตั้งใจจะบอกอะไรฉันงั้นสินะ”ผมเอ่ยถาม มีแต่ความเงียบที่ตอบกลับมาเท่านั้นเคนโตะไม่พูดอะไรสักคำ
“อะไรหรอ?”ผมถามซ้ำ
“...”
“...”
“...”
“...”
“ว้อยย เลิกจ้องหน้าแบบนั้นซักทีสิวะ!”หลังจากเงียบไปสักพัก เคนโตะก็โวยวายขึ้นมา ก็ไม่ยอมตอบสักที ไม่ให้ผมจ้องหน้าจะผมไปจ้องส่วนไหนล่ะ!
“ก็ตอบมาสิ ฉันฟังอยู่”
“...ฉัน”
“ชอบแกว้อยยยยย”ห๊ะ! ยังไม่ทันทีผมจะได้ตกใจอะไรเขาก็เตะโต๊ะตัวที่อยู่ใกล้ๆ แล้ววิ่งหนีออกไปแบบสาวน้อยที่ไปสารภาพรักกับรุ่นพี่สุดหล่อในโรงเรียนเหมือนในนิยายรักหวานแหวว ที่น้องสาวผมชอบอ่านเป็นประจำ
“เดี๋ยวก่อนเคนโตะ”ผมวิ่งตามเขาออกไป แต่เห็นแบบนั้นวิ่งเร็วชะมัด นอกจากจะขี้กลัวแล้วยังจะวิ่งเร็วอีกนะ
“ไปไหนของเขาเนี่ย”ผมลองเดินไปดูแถวๆแปลงเกษตร แต่ต้องได้ยินเสียงของใครบางคนที่ตะโกนดังลั่นออกมา นั่นมัน..เสียงเคนโตะนิหน่า ผมเริ่มเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ
“ไอ้บ้าพลังเอ๊ย!!”หมายถึงผมหรอ..?
“ไอ้บื๊อสิบชาติ!”หมายถึงผม หรือเปล่า..?
“มีแฟนอยู่แล้ว ไม่คิดจะบอกกันซักคำ!”แล้วผมไปมีแฟนตอนไหนล่ะ!?
“แล้วยังจะให้พูดอะไรน่าอายๆแบบนั้นอีก”ผมเห็นเขาหน้าแดงขึ้นมา..น่ารักชะมัด มัวแต่เขินจนผมอยู่ใกล้ขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวเลย
ผมเลื่อนมือไปเกี่ยวเอวบางมากอดไว้แน่น เขาดูจะตกใจในตอนแรกๆแล้วก็ดิ้นออกมาพร้อมกับพูดเสียงดัง
“ปล่อยนะเฟ้ย! ทำบ้าอะไรวะ!”ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งๆที่เขินแต่พยายามทำเหมือนไม่มีอะไร นี่แหละ เซนงะ เคนโตะ
“ทำไมอยู่ดีๆถึงหนีออกมาล่ะ”
“คะใครหนีวะ มะไม่ได้หนีเฟ้ยย”หรอ แล้วไอเตะโต๊ะแล้ววิ่งมานี่เรียกอะไร(?)
“รีบออกมาก่อนงานจบ มันไม่ดีนะ”ผมกระซิบถาม ถึงแม้จะถามแบบนั้นก็เถอะ แต่คือผมก็ไม่ได้เข้าไปในงานเหมือนกัน - -” เพราะมัวแต่วิ่งหาใครบางคนที่มาตะโกนด่าผมให้ผักฟังนี่แหละ
“รีบออกมาก็พลาดอะไรไปเยอะเลยนะ”ผมมองหน้าเคนโตะ ที่กำลังทำหน้าเหมือนกำลังคิดในใจว่า ใครจะสนวะอยู่ คงคิดแบบนั้นแหงๆเลยสิท่า
“นายต้องสนแน่”ผมพูดขึ้นแล้วเขาเลิกคิ้วเหมือนสงสัยว่าทำไมผมถึงรู้ว่าเขาคิดอะไร


ก็กับคนที่แอบมองมาเป็นปีๆ จะไม่รู้ได้ยังไงล่ะ..


ผมโอบรัดเอวบางๆนั้นแน่นขึ้น เอ่ยกระซิบเสียงเบาพอที่จะได้ยินกันแค่สองคน
“ในเมื่อมันออกมาจากปากของคนที่จริงใจกับนายมากที่สุดในโลก...”
“คนอย่าง นิไคโด ทาคาชิ”เคนโตะไม่ได้ตอบอะไร แต่ผมได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเสียงดังครึกโครม อย่างไม่รู้ว่าของใครกันแน่ที่เต้นดังกว่ากัน
แล้วผมก็กระซิบคำๆนั้นที่ข้างหูของเขา บรรจงให้นุ่มนวนที่สุด ให้สมกับที่เรารอคอยคำนั้นของกันและกันมาหลายปี
คำว่า...


END.


Senga's Part







* Category : ShotFic
* Comment : (0) * Trackback : (0) * |